พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว โฆษกชุดสืบสวนสอบสวน เว็บพนันในเครือมินนี่ ยันแจ้งข้อหา มาตรา 157-149 กับ “รองโจ๊ก” กับพวกรวม  5 คน หลังพบหลักฐานเส้นทางเงินจากเว็บพนันไปใช้จ่ายส่วนตัว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว โฆษกชุดสืบสวนสอบสวน เว็บพนันเจ้าแม่มินนี่ ยันแจ้งข้อหา ม. 157-149 “รองโจ๊ก” และพวกรวม  5 คน หลังพบหลักฐานเส้นทางเงินจากเว็บพนันไปใช้จ่ายส่วนตัว เบื้องต้นอาจจะไม่ใช่แค่มินนี่ เว็บเดียวน่าจะมีเว็บอื่นด้วย ขณะนี้รอ ป.ป.ช.พิจารณาว่าจะส่งสำนวนกลับให้ตำรวจทำหรือไม่ ยันไม่ใช่เกมส์การเมืองตำรวจ สอดคล้องกับ “ผบ.ต่อศักดิ์” ชี้คดีนี้ยึดพยานหลักฐาน หาก “บิ๊กโจ๊ก” ผิดจริงต้อง รับผิด ปัดกลั่นแกล้งหรือดิสเครดิต เชื่อเจ้าตัวไม่น้อยใจ ที่ไม่ได้คุม บช.ไซเบอร์ หลังตัดพ้อผ่านสื่อเหตุเพราะเลือกเองแต่แรก

ความคืบหน้าในคดีเว็บพนันมินนี่ที่มีตำรวจผู้ถูกกล่าวหาเป็นตำรวจใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องของการถูกดิสเครดิต เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษกคณะทำงานคดีเว็บพนันมินนี่ กล่าวว่า คดีนี้แยกเป็น 2 สำนวน คดีแรกมีตำรวจและประชาชนเป็นผู้ต้องหา 61 คน เป็นคดีหลักมีพนักงานสอบสวนตำรวจรับผิดชอบ อีกคดีเป็นการสืบสวนขยายผลพบผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มอีก 5 ราย เป็นตำรวจ มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ สำนวนอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. เพราะมีผู้ถูกกล่าวโทษเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อยู่ระหว่างพิจารณาของ ป.ป.ช.ว่าจะส่งให้ตำรวจดำเนินการต่อหรือจะรับดำเนินการเอง เบื้องต้นได้ทำหนังสือไปยัง ป.ป.ช. ขอรับสำนวนกลับมาดำเนินการเนื่องจากมองว่าเป็นคดีเกี่ยวพันต่อเนื่องกับคดีแรก

เมื่อถามว่าในคดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 ราย มีชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. อยู่ด้วย หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวยอมรับว่ามีตามที่ปรากฏบนสื่อต่างๆจริง ทั้ง 5 รายถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157, 149 หาก ป.ป.ช.ส่งสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาฐานฟอกเงินเพิ่มเติมกับทั้ง 5 อีกข้อหา และจะเป็นประโยชน์ต่อการทำคดี ขณะนี้ทราบว่า ป.ป.ช.ยังไม่พิจารณา ส่วนจะส่งกลับมาให้ตำรวจหรือไม่อยู่ที่ ป.ป.ช.พิจารณา เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกมการเมืองตำรวจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงตั้งแต่สมัยที่ตนยังเป็น ผบก.ป.ป.ป.ขยายผลต่อเนื่องจนพบว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องเพิ่มเป็นเรื่องสะเทือนใจ เพราะมีตำรวจร่วมกระทำผิด ยิ่งเมื่อเห็นตัวเงินกว่า 3 ร้อยล้านเข้าไปในระบบ ปล่อยผ่านไม่ได้ หากปล่อยไว้จะเป็นมะเร็งร้ายกัดกร่อนวงการตำรวจให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

“คดีนี้ยึดพยานหลักฐานเป็นที่ตั้ง ไม่มีปรุงแต่งมีหลักฐานเป็นสเตตเมนต์ถึงคนที่เบิกเงินแสดงไปถึงกลุ่มบุคคลต่างๆที่ได้รับเงินจากบัญชีม้า ตรวจสอบเส้นทางการเงินกระจายไปยังบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องเกือบครบทุกคน แต่กว่าครึ่งหนึ่งจะไหลไปที่หัวหน้าเป็นการนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว เชื่อว่าไม่น่าจะมีเพียงแค่เงินจากบัญชีม้าจากเว็บพนันเครือข่ายมินนี่เพียงเท่านี้ น่าจะมีจากเว็บอื่นๆอีกด้วย อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด”

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวย้ำอีกว่า คดีนี้ว่าไปตามหลักฐาน ผิดถูกมีศาลเท่านั้นที่จะตัดสิน ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่มีนอกเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ฝั่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนมีอำนาจ การทำงานต้องตั้งอยู่บนพยานหลักฐานข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันเรา ส่วนผู้ที่เอาบัญชีม้ามาใช้อยู่ที่ดุลพินิจพนักงานสอบสวนที่จะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับน้องๆพนักงานสอบสวนยังมีขวัญกำลังใจดีไม่มีพูดคุยเรื่องโดนฟ้องร้อง เราทำตามพยานหลักฐานไม่กลัว ส่วนเรื่องที่มีการแอบอัดคลิปเสียงพูดคุยระหว่างพนักงานสอบสวนกับพยาน เนื้อหาการพูดคุยเป็นลักษณะปรับทุกข์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี ขอชื่นชมพนักงานสอบสวนที่ไม่หลงคล้อยตามหรือกินเบ็ด

ซึ่งในวันเดียวกัน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.กล่าวถึงคดีที่เว็บพนันออนไลน์มินนี่ และเชื่อมโยงไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ว่า ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เห็นผ่านทางสื่อออนไลน์เท่านั้น ขณะนี้ได้รับเพียงแค่หนังสือขอความคุ้มครองจากสำนักอัยการ ได้ชี้แจงและส่งตำรวจสันติบาลไปดูแลรักษาความปลอดภัย รวมทั้งให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ ยืนยันไม่มีความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าจะมีก็เป็นแค่เรื่องส่วนตัวที่จะไม่พอใจ เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ตัดพ้อดูหน้างานมั่นคงแต่ไม่ได้ดูแลตำรวจไซเบอร์ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ตั้งคำถามกลับว่า บช.สอท.ต้องอยู่กับความมั่นคงหรือไม่ เพราะทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องความมั่นคงหมด และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นคนเลือกดูแลเรื่องความมั่นคงเองพร้อมยุติการดูแลกลุ่มงานสืบสวนสอบสวน ส่วนที่สังคมมองว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกอาการน้อยใจนั้น ปกติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นคนพูดจาทำนองนี้ แต่เวลาคุยกับตนก็ปกติ ไม่ได้มีอาการแบบนี้ ยืนยันไม่มีการดิสเครดิต ทุกสิ่งทุกอย่างว่ากันตามพยานหลักฐานจะปั้นแต่งอย่างไรพิสูจน์ได้ แต่ถ้า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผิดจริงต้องยอมรับผิด แต่ถ้าไม่ผิดคณะพนักงานสอบสวนต้องรับผิดชอบว่าใช้หลักฐานเท็จแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ ทั้งหมดตรวจสอบได้โดย ป.ป.ช.จะเป็นผู้ชี้มูลความผิด

Share:

Related News

Scroll to Top